สภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 6(225)/2569 ขับเคลื่อนการพัฒนามหาวิทยาลัย

วันนี้ (13 มิถุนายน 2569) เวลา 09.30 น. มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จัดการประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด สมัยสามัญ ครั้งที่ 6(225)/2569 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์สมพร โพธินาม 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมทั้งรูปแบบ Onsite และ Online ผ่านระบบ Video Conference (Zoom)

ก่อนเริ่มการประชุม คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ และพระวิริยอุตสาหะที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ

การประชุมดำเนินการตามระเบียบวาระ โดยมีเรื่องแจ้งเพื่อทราบ ได้แก่ รายงานผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด สมัยสามัญ ครั้งที่ 5(224)/2569 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569

จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณารับรองรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา และพิจารณาวาระสำคัญ ประกอบด้วย การให้ปริญญาแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ครั้งที่ 12/2568 และระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 10/2568 ประจำปีการศึกษา 2568

พร้อมกันนี้ ได้พิจารณา (ร่าง) หลักสูตรของมหาวิทยาลัย ได้แก่

• หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2569

• หลักสูตรหมวดวิชาศึกษาทั่วไป หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2570

• หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2570

• หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมระบบอัตโนมัติและพลังงาน หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2570

• หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสมัยใหม่ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2570

รวมถึงพิจารณาการเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนด

การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญในการกำกับ ติดตาม และกำหนดทิศทางการบริหารงานของมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและยกระดับมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สร้างประโยชน์แก่ท้องถิ่นและสังคมอย่างยั่งยืน